วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2554

เหตุใดน้ำหอมมีสีเหลือง

เหตุผลก็คือ สีเหลือง เป็นสีตามธรรมชาติ ของน้ำมันหอมระเหย (essential oils) เมื่อผ่านกรรมวิธีการผลิต อันที่จริง หัวน้ำหอมอันเป็นที่รวมของน้ำมันหอมนับสิบ นับร้อย หรือนับพัน ในบางกรณีซึ่งถูกทำให้เจือจางด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อผลิตเป็นโคโลญ หรือน้ำหอม ก็อาจมีสีที่ผิดแผกกัน ออกไปบ้าง แต่เนื่องด้วย น้ำมันหอมระเหยส่วนใหญ่มีสีเหลืองอำพัน เมื่อเจือจางแล้ว ก็ยังคงโทนสีเหลืองไว้
ถ้าส่วนผสมตามธรรมชาติ ให้สีที่ดูแล้วไม่สวย นักปรุงน้ำหอมก็สามารถแต่งแต้มสีใหม่ได้ ตราบเท่าที่สีนั้น ได้รับอนุญาตจากทางราชการและต้องแจ้งไว้ในฉลากปิดขวดด้วยว่า เป็นส่วนผสมผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำหอมอธิบายว่า เนื่องจากการเปลี่ยนส่วนผสมของน้ำหอมจากสีเข้มให้อ่อนลง รวมทั้งการเปลี่ยนสีหนึ่ง ไปเป็นอีกสีหนึ่งเลยนั้นทำได้ยาก ดังนั้นสีของน้ำหอมขั้นสุดท้าย จึงมักไม่ต่างไปจากสีตามธรรมชาติของส่วนผสมมากนัก
แน่นอนน้ำหอมทุกชนิดไม่ได้มีสีเหลือง น้ำหอมสีอื่นบางชนิดถูกบรรจุลงในขวดแก้วขุ่นเพื่อพรางสีที่แท้จริง แต่ก็มีน้ำหอม "สีดีไซเนอร์" สะดุดตา ผลิตออกมาจำหน่าย โดยใช้สีที่แปลกออกไปนั้นเป็นเครื่องมือทางการตลาด ในเรื่องนี้ นักปรุงน้ำหอมมีชื่อผู้หนึ่งให้ความเห็นว่า น้ำหอมสีเหลือง "ธรรมชาติ"จะดึงดูดลูกค้าระดับบนได้มากกว่า น้ำหอมสี "ประหลาด"ซึ่งนิยมกันเฉพาะในหมู่ลูกค้าวัยรุ่นเท่านั้น

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554

วิธสกัดน้ำมันหอม

http://www.youtube.com/watch?v=8RKlEisN3qs&tracker=False

การทำน้ำหอม(ต่อ)

http://www.youtube.com/watch?v=A3hdhpDkPws&tracker=False
http://www.youtube.com/watch?v=tTAiNQJuagA&tracker=False
http://www.youtube.com/watch?v=E0j915sDZJc&tracker=False

วิธีทำน้ำหอม

http://www.youtube.com/watch?v=aBcMwnXKGgQ&tracker=False

http://www.youtube.com/watch?v=vCXOnBFZiCk&tracker=False

http://www.youtube.com/watch?v=4LkR40SBDyU&tracker=False

ต่อ

http://www.youtube.com/watch?v=hQWTRPYcFDQ&tracker=False

น้ำหอมแห้ง

http://www.youtube.com/watch?v=daAPS-_8GMg&tracker=False

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

หอมชื่นใจ

+*+หอมชื่นใจ+*+
เช้าวันก่อน ที่โต๊ะทำงาน มี"กระปุก" อะไรสักอย่าง ว่างอยู่
Halfmoon หยิบขึ้นเพ่งพิจารณา..อะไรหว่า? ใครเอามาวางไว้ก็ไม่รู้...
เอ..หรือจะเอามาให้ เพราะมีพลาสติกหุ้มมิดชิด...จะแกะออกดูก็ไม่กล้า
  อ่านฉลากสิ...พลิกกระปุกดู หมุนจนรอบ...
เฮ้อออ จะอ่านออกมั้ยเนี่ย!! ภาษาอะไรก็ไม่รู้ เหมือนภาษามอญ
เนี่ยค่ะ..รูปร่างเค้าล่ะ อะไรก็ไม่ทราบ..
ตัดสินใจหยิบกระปุกเดินลิ่วไปถาม "ผู้รู้" ละแวกนั้น ถามคนโน้นที คนนี้ที ไม่นานก็ได้ความว่า..
เจ้ากระปุกนี้ มันคือ "ยาดม" ค่ะ ท่านผู้อ่าน
(โอ้ พระเจ้า..ยาดมอะไรเนี่ย ใหญ่โตมโหรทึก)
มันไม่ใช่ยาดมธรรมดานะเคอะ..ทว่ามันคือ
"ยาดมพม่า"
หรืออีกนัยนึง มันคือ OTOP พม่า เพื่อนบ้านเรานั่นเอง
เห็นมั้ยคะ เป็นสินค้าของเค้าจริง ๆ มีวันเดือนปีในการใช้งานระบุข้างกระปุกอย่างเรียบร้อย
เสียตรงที่อ่านสรรพคุณและส่วนผสมไม่ออก..ซ้ำ ดูจาก ลักษณะภายนอกแล้วน่าหวาดระแวงมิใช่น้อย
สายๆ  จึงมีคนมาแสดงตนเป็นเจ้าของ ว่าตนไปเที่ยวพม่ามา เห็นสินค้าแปลกดีจึงนำมาฝากน้อง ๆ
ไม่ได้สอบถามสนนราคา แต่พี่ ๆ ที่มีประสบการณ์กระซิบว่า ที่ลาวขายในราคากระปุกละ 8 บาท แต่ที่พม่าไม่ทราบ
เปิดฝาดูข้างใน... มีสมุนไพรคล้าย ๆ ลูกผักชี
และมีอยู่นิดเดียว ติดก้นกระปุก  ทำให้ Halfmoon คิดว่า พิลึกข้างนอกยังไม่พอ ยังพิลึกข้างในซะด้วย
.............................................
ได้เวลาพิสูจน์กลิ่นยาดมพม่า..
โอ้ววววววว  หอมเย็นชื่นใจจริง ๆ
กลิ่นเย็น ๆ เต็มไปด้วยกลิ่นของสมุนไพร สูดดมแล้วให้ความสดชื่อนโล่งจมูกดีแท้
ใครเป็นลม นำยาดมพม่านี้ ให้ดม รับรองฟื้นแน่ ๆ
มิน่า...ในกระปุกจึงบรรจุตัวยาไว้นิดเดียว (แต่กระปุกเบ้อเริ่มเลย)
ยืนสูดอยู่หลยครั้ง แล้วก็นึกขึ้นมาได้  ว่ายาดมนี้ ไม่มีมาตรฐานอะไรรับรองความปลอดภัยเลย
สูดเข้าไปมาก ๆ จะเป็นอันตรายไหม ตายแล้วๆ ๆ ๆ
ว่าแล้ว ก็ Search หาข้อมูลโดยด่วน
แต่ก็ไม่พบข้อมูลอะไรมากมาย แค่ว่ายาดมพม่าขวดนี้มีส่วนผสมคือ กานพลู การบูน น้ำมันหอมระเหย
และเป็นสินค้าที่แพร่หลายเข้ามาในไทยนานมากแล้ว (น่าน..เชยจริง ๆ Halfmoon)
มีจำหน่ายตามร้านขายสินค้าพื้นเมือง และร้านค้าทั่วไป ตลาดจตุจักรของเราก็น่าจะมีนะ
ราคาแต่ละแห่งหลากหลายมาก ตั้งแต่ 8-40 บาท (ไม่แน่ใจว่าขนาดกระปุกเท่ากันมั้ย)
ตอนนี้..ยามว่าง ยามงาน ยามคุย  ยามประชุม แต่ละคนก็หยิบขึ้นมาดม ๆ ๆ แล้วก็สูดดม
ดมกันเข้าไป ส่งต่อกันบ้าง แบ่งปันกันบ้าง มีติดมือไว้เกือบทุกคน
Halfmoon จึงอยากจะฝากไว้ว่า
ใครมีผลวิจัย หรือข้อมูล ว่า ยาดมพม่านี้ปลอดภัย หรือ อันตรายอย่างไร กระซิบด้วยนะคะ
เพราะชักจะติดงอมแงมไปกันใหญ่แล้ว  อิอิ