| ยาดมสมุนไพรสูตรพม่า | | | |
วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554
เคยดมไหมยาดมพม่า
ยาดมพม่าส่วนผสมจะเป็นสมุนไพรที่มีนำมันหอมระเหย มีสรรพคุณในเรื่องบำรุงหัวใจ เช่น ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู พริกไทย โปยกั๊ก อบเชย สมุลแว้ง เนื้อไม้ เทียน โกฐ ต่าง ๆ อัตราส่วนแล้วแต่จะผสมแล้วลองดมดู แต่งกลิ่นตามใจชอบนะจะจะบอกให้
ทำให้ยาดมเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีขายตามร้านทั่ว ๆ ไป แต่ล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้มีการวางจำหน่าย ยาดมพม่า กันอย่างแพร่หลาย หลาย ๆ คนเองก็ติดใจในกลิ่นของยาดมพม่านี้ จนต้องซื้อหาติดบ้านติดตัวไว้ไม่ได้ขาด
ยาดมพม่านั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "ยาหอมอะปาทะ" ในขณะที่บางคนก็เรียกว่า "ยาปอดลุก" หรือ "ยาดมบุเรงนอง" ประกอบด้วยสมุนไพรหลัก ๆ สามชนิดด้วยกันนั่นคือ กานพลู ลูกจันทร์ และพริกไทย ซึ่งสมุนไพรหลัก ๆ ทั้งสามชนิดนี้มีสรรพคุณตามตำราแพทย์แผนโบราณที่ใช้รักษาจนมาจนเป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน
ส่วนหนึ่งด้วยราคาที่ค่อนข้างถูกคือ 15 - 20 บาทเท่านั้นทำให้เจ้ายาดมพม่าตัวนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หลาย ๆ คนต่างก็พกเอาไว้เพื่อความอุ่นใน ไร้อาการเมาต่าง ๆ จากการเดินทางทั้งนั้น
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องระวังเอาไว้ด้วยนะคะ เพราะยาดมที่ประกอบด้วยสารของเมนทอล การบูร ซึ่ง เมื่อสูดดมเข้าไปมาก ๆ อาจจะทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบได้ ซึ่งอาการของคนที่มีเยื่อบุจมูกอักเสบจะมีอาการบวมของโพรงจมูก ทำให้จมูกคัดหรือตีบและมีน้ำมูกไหล
เพราะฉะนั้นก็ดมแต่พอดี ๆ เมื่อมีอาการไม่สู้ดี อย่างเช่นรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายเป็นลมก็พอนะคะ เวลาปกติก็ไม่ควรดมให้มากนะคะ
ก่อนหน้านี้ "ยาดมพม่า" กระปุกเท่ามือเคยฮิตติดบ้านติดเมืองกันมาหนนึงแล้ว ด้วยกลิ่นเตะจมูกของการบูร เม็ดพริกไทยดำ หัวดอกไม้และสมุนไพรอื่นๆ ที่ไม่มีในเมืองไทย ทำให้ดมแล้วรู้สึกโล่งจมูก สดชื่นตื่นจากอาการวิงเวียนและเฉื่อยชา ซึ่งมันมีชื่อเรียกหลายอย่าง ภาษาถิ่นเรียก "ยาปอดลุก" บ้างก็เรียกว่า "ยาดมบุเรงนอง" ในขณะที่หลายคนรู้จักในชื่อยาหอมพม่า "อะปาทะ" ถือเป็นสินค้า (ชายแดน) นำเข้าที่ได้รับความนิยมสุดๆ ในช่วงหนึ่ง เพราะมีการพูดถึงปากต่อปากถึงสรรพคุณ อีกทั้งราคาก็ไม่แพง (15-25 บาท) ตอนหลังพอมีข่าวเตือนเรื่องยาดมปลอมที่ใช้สมุนไพรขึ้นรา ความฮิตถึงได้ลดระดับลง
เมื่อรู้สึกวิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม สิ่งแรกที่หลายคน ๆ นึกถึงน่าจะเป็นยาดมใช่ไหมคะ เพราะเป็นที่รู้กันมานานนมแล้วว่า เมื่อเรารู้สึกวิงเวียนศีรษะ หรือเมื่อมีคนเป็นลมนั้น ให้เอายาดมมาให้ดม แล้วจะรู้สึกดีขึ้น
ทำให้ยาดมเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีขายตามร้านทั่ว ๆ ไป แต่ล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้มีการวางจำหน่าย ยาดมพม่า กันอย่างแพร่หลาย หลาย ๆ คนเองก็ติดใจในกลิ่นของยาดมพม่านี้ จนต้องซื้อหาติดบ้านติดตัวไว้ไม่ได้ขาด
ยาดมพม่านั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "ยาหอมอะปาทะ" ในขณะที่บางคนก็เรียกว่า "ยาปอดลุก" หรือ "ยาดมบุเรงนอง" ประกอบด้วยสมุนไพรหลัก ๆ สามชนิดด้วยกันนั่นคือ กานพลู ลูกจันทร์ และพริกไทย ซึ่งสมุนไพรหลัก ๆ ทั้งสามชนิดนี้มีสรรพคุณตามตำราแพทย์แผนโบราณที่ใช้รักษาจนมาจนเป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน
ส่วนหนึ่งด้วยราคาที่ค่อนข้างถูกคือ 15 - 20 บาทเท่านั้นทำให้เจ้ายาดมพม่าตัวนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หลาย ๆ คนต่างก็พกเอาไว้เพื่อความอุ่นใน ไร้อาการเมาต่าง ๆ จากการเดินทางทั้งนั้น
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องระวังเอาไว้ด้วยนะคะ เพราะยาดมที่ประกอบด้วยสารของเมนทอล การบูร ซึ่ง เมื่อสูดดมเข้าไปมาก ๆ อาจจะทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบได้ ซึ่งอาการของคนที่มีเยื่อบุจมูกอักเสบจะมีอาการบวมของโพรงจมูก ทำให้จมูกคัดหรือตีบและมีน้ำมูกไหล
เพราะฉะนั้นก็ดมแต่พอดี ๆ เมื่อมีอาการไม่สู้ดี อย่างเช่นรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายเป็นลมก็พอนะคะ เวลาปกติก็ไม่ควรดมให้มากนะคะ
ก่อนหน้านี้ "ยาดมพม่า" กระปุกเท่ามือเคยฮิตติดบ้านติดเมืองกันมาหนนึงแล้ว ด้วยกลิ่นเตะจมูกของการบูร เม็ดพริกไทยดำ หัวดอกไม้และสมุนไพรอื่นๆ ที่ไม่มีในเมืองไทย ทำให้ดมแล้วรู้สึกโล่งจมูก สดชื่นตื่นจากอาการวิงเวียนและเฉื่อยชา ซึ่งมันมีชื่อเรียกหลายอย่าง ภาษาถิ่นเรียก "ยาปอดลุก" บ้างก็เรียกว่า "ยาดมบุเรงนอง" ในขณะที่หลายคนรู้จักในชื่อยาหอมพม่า "อะปาทะ" ถือเป็นสินค้า (ชายแดน) นำเข้าที่ได้รับความนิยมสุดๆ ในช่วงหนึ่ง เพราะมีการพูดถึงปากต่อปากถึงสรรพคุณ อีกทั้งราคาก็ไม่แพง (15-25 บาท) ตอนหลังพอมีข่าวเตือนเรื่องยาดมปลอมที่ใช้สมุนไพรขึ้นรา ความฮิตถึงได้ลดระดับลง
ยาดมพม่า
ยาดมพม่า หรือยาหอม อะปาทะ หรือบ้างเรียก ยาปอดลุก ตามสูตรดั้ง เดิมของพม่าปรุงจากสมุนไพร 3 ชนิด คือ กานพลู ดอกจันทน์ พริกไทย สรรพคุณแต่ละอย่างมีดังนี้
1. กานพลู ส่วนที่ใช้เป็นยาคือดอกตูม ใช้ทั้งส่วนที่เป็นดอกตูมแห้ง กับส่วนที่เป็นน้ำมันที่ได้จากการกลั่นดอกตูมนั้น โดยที่ดอกตูมของกานพลูใช้เป็นยามาแต่โบราณ ทั้งหมอจีน หมออินเดีย ใช้เป็นยาช่วยย่อย แก้ท้องเสีย แก้ไส้เลื่อน แก้กลากเกลื้อน ฮ่องกงฟุต และในโรคระบบทางเดินหายใจ
ต่อมากานพลูแพร่เข้าไปในยุโรป เป็นส่วนประกอบยารักษาโรคเกาต์ของหมอชาวเยอรมัน ซึ่งขณะนั้นดอกกานพลูเป็นของมีค่าและหายากยิ่ง ความต้องการดอกกานพลูและเครื่องเทศอื่นๆ ของเอเชียกระตุ้นให้เกิดยุคแห่งการสำรวจและค้นหาดินแดนนอกทวีปยุโรป จวบจน ค.ศ.1512 นักสำรวจชาวสเปนนำกานพลูกลับบ้านและที่สุดก็แพร่หลาย ใช้กันทั่วในยุโรป เป็นยาช่วยย่อย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ท้องเสีย แก้ไอ แก้หูด แก้ปวดฟัน และอีกสารพัดตามแต่เชื่อกันไป
ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 19 กานพลูแพร่เข้าไปในอเมริกา ประกอบยาช่วยย่อยอาหาร และผสมลงไปในยารสขมเพื่อช่วยกลบรส ทั้งมีการพัฒนาโดยกลั่นน้ำมันจากกานพลู หรือ clove oil รักษาโรคเหงือกและแก้ปวดฟัน โดยมีฤทธิ์เป็นยาชา
2. ดอกจันทน์และลูกจันทน์ เป็นเครื่องยาและเครื่องเทศที่รู้จักกันทั่วโลก ลูกจันทน์ได้จากเมล็ดของผลจันทน์เทศ ส่วนดอกจันทน์ได้จากเยื่อรกสีแดงที่หุ้มเมล็ดของผลจันทน์เทศ ดอกจันทน์มีองค์ประกอบเป็นน้ำมันระเหยง่าย ราวร้อยละ 7-14 น้ำมันนี้มีองค์ประกอบหลักเป็นสารไมริสติซิน (myristicin) สารนี้ในขนาดสูงๆ อาจทำให้เกิดอาการเคลิ้มฝัน เลื่อนลอย ถ้ากินในปริมาณมากขึ้นก็อาจทำให้เกิดอาการมึนเมา หัวใจเต้นเร็ว ผิวหนังแดง กระหายน้ำ กระวนกระวายใจ ปวดท้อง วิงเวียน เห็นภาพซ้อน เพ้อคลั่ง ซึ่งอาการพิษต่างๆ นี้ จะกลับเป็นปกติใน 24 ชั่วโมง
ตำรายาว่าดอกจันทน์มีกลิ่นหอม รสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณบำรุงโลหิต บำรุงกำลัง บำรุงผิวเนื้อให้เจริญ บำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ ขับลม แก้ปวดมดลูก และใช้เป็นเครื่องปรุงแต่งอาหารคาวหวานหลายชนิด
3. พริกไทย เป็นเครื่องเทศที่ใช้กันแพร่หลายมาเป็นเวลานาน เมื่อนำพริกไทยมากลั่นด้วยไอน้ำ จะได้น้ำมันหอมระเหย เรียกว่าน้ำมันพริกไทย ในปริมาณร้อยละ 2-4 นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาโอลิโอเรซินพริกไทย โดยนำพริกไทยมาสกัดด้วยตัวทำละลาย พบว่า โอลิโอเรซินประกอบด้วยสารจำพวกอัลคาลอยด์ ที่สำคัญคือ piperine (ร้อยละ 5-9), piperidine, piperanine ฯลฯ ซึ่ง piperine และ piperanine นี้เองเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นฉุนและรสเผ็ด สรรพคุณตามตำรับยาไทยคือใช้เป็นยาขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ บำรุงธาตุเจริญอาหาร ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ และกระตุ้นประสาท ทั้งมีรายงานว่า piperine ใช้แก้ลมบ้าหมูได้
เกี่ยวกับโทษของยาดม นาวาโทบริพนธ์ สุวชิรัตน์ กรมแพทย์ทหารเรือ อธิบายว่า ยาดมประกอบด้วยสารของเมนทอล การบูร ซึ่งเมื่อสูดดมเข้าไปแล้วจะทำให้เยื่อบุโพรงจมูกยุบตัวลง ทำให้รู้สึกหายใจโล่งสบาย การที่สูดดมเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบได้ โดยเยื่อบุจมูกก็คือส่วนที่อยู่ด้านในของจมูก หรือที่เรียกว่าโพรงจมูก คนที่มีเยื่อบุจมูกอักเสบจะมีอาการบวมของโพรงจมูก ทำให้จมูกคัดหรือตีบและมีน้ำมูกไหล
ยาดมพม่าส่วนผสมจะเป็นสมุนไพรที่มีนำมันหอมระเหย มีสรรพคุณในเรื่องบำรุงหัวใจ เช่น ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู พริกไทย โปยกั๊ก อบเชย สมุลแว้ง เนื้อไม้ เทียน โกฐ ต่าง ๆ อัตราส่วนแล้วแต่จะผสมแล้วลองดมดู แต่งกลิ่นตามใจชอบนะจะจะบอกให้
1. กานพลู ส่วนที่ใช้เป็นยาคือดอกตูม ใช้ทั้งส่วนที่เป็นดอกตูมแห้ง กับส่วนที่เป็นน้ำมันที่ได้จากการกลั่นดอกตูมนั้น โดยที่ดอกตูมของกานพลูใช้เป็นยามาแต่โบราณ ทั้งหมอจีน หมออินเดีย ใช้เป็นยาช่วยย่อย แก้ท้องเสีย แก้ไส้เลื่อน แก้กลากเกลื้อน ฮ่องกงฟุต และในโรคระบบทางเดินหายใจ
ต่อมากานพลูแพร่เข้าไปในยุโรป เป็นส่วนประกอบยารักษาโรคเกาต์ของหมอชาวเยอรมัน ซึ่งขณะนั้นดอกกานพลูเป็นของมีค่าและหายากยิ่ง ความต้องการดอกกานพลูและเครื่องเทศอื่นๆ ของเอเชียกระตุ้นให้เกิดยุคแห่งการสำรวจและค้นหาดินแดนนอกทวีปยุโรป จวบจน ค.ศ.1512 นักสำรวจชาวสเปนนำกานพลูกลับบ้านและที่สุดก็แพร่หลาย ใช้กันทั่วในยุโรป เป็นยาช่วยย่อย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ท้องเสีย แก้ไอ แก้หูด แก้ปวดฟัน และอีกสารพัดตามแต่เชื่อกันไป
ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 19 กานพลูแพร่เข้าไปในอเมริกา ประกอบยาช่วยย่อยอาหาร และผสมลงไปในยารสขมเพื่อช่วยกลบรส ทั้งมีการพัฒนาโดยกลั่นน้ำมันจากกานพลู หรือ clove oil รักษาโรคเหงือกและแก้ปวดฟัน โดยมีฤทธิ์เป็นยาชา
2. ดอกจันทน์และลูกจันทน์ เป็นเครื่องยาและเครื่องเทศที่รู้จักกันทั่วโลก ลูกจันทน์ได้จากเมล็ดของผลจันทน์เทศ ส่วนดอกจันทน์ได้จากเยื่อรกสีแดงที่หุ้มเมล็ดของผลจันทน์เทศ ดอกจันทน์มีองค์ประกอบเป็นน้ำมันระเหยง่าย ราวร้อยละ 7-14 น้ำมันนี้มีองค์ประกอบหลักเป็นสารไมริสติซิน (myristicin) สารนี้ในขนาดสูงๆ อาจทำให้เกิดอาการเคลิ้มฝัน เลื่อนลอย ถ้ากินในปริมาณมากขึ้นก็อาจทำให้เกิดอาการมึนเมา หัวใจเต้นเร็ว ผิวหนังแดง กระหายน้ำ กระวนกระวายใจ ปวดท้อง วิงเวียน เห็นภาพซ้อน เพ้อคลั่ง ซึ่งอาการพิษต่างๆ นี้ จะกลับเป็นปกติใน 24 ชั่วโมง
ตำรายาว่าดอกจันทน์มีกลิ่นหอม รสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณบำรุงโลหิต บำรุงกำลัง บำรุงผิวเนื้อให้เจริญ บำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ ขับลม แก้ปวดมดลูก และใช้เป็นเครื่องปรุงแต่งอาหารคาวหวานหลายชนิด
3. พริกไทย เป็นเครื่องเทศที่ใช้กันแพร่หลายมาเป็นเวลานาน เมื่อนำพริกไทยมากลั่นด้วยไอน้ำ จะได้น้ำมันหอมระเหย เรียกว่าน้ำมันพริกไทย ในปริมาณร้อยละ 2-4 นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาโอลิโอเรซินพริกไทย โดยนำพริกไทยมาสกัดด้วยตัวทำละลาย พบว่า โอลิโอเรซินประกอบด้วยสารจำพวกอัลคาลอยด์ ที่สำคัญคือ piperine (ร้อยละ 5-9), piperidine, piperanine ฯลฯ ซึ่ง piperine และ piperanine นี้เองเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นฉุนและรสเผ็ด สรรพคุณตามตำรับยาไทยคือใช้เป็นยาขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ บำรุงธาตุเจริญอาหาร ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ และกระตุ้นประสาท ทั้งมีรายงานว่า piperine ใช้แก้ลมบ้าหมูได้
เกี่ยวกับโทษของยาดม นาวาโทบริพนธ์ สุวชิรัตน์ กรมแพทย์ทหารเรือ อธิบายว่า ยาดมประกอบด้วยสารของเมนทอล การบูร ซึ่งเมื่อสูดดมเข้าไปแล้วจะทำให้เยื่อบุโพรงจมูกยุบตัวลง ทำให้รู้สึกหายใจโล่งสบาย การที่สูดดมเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบได้ โดยเยื่อบุจมูกก็คือส่วนที่อยู่ด้านในของจมูก หรือที่เรียกว่าโพรงจมูก คนที่มีเยื่อบุจมูกอักเสบจะมีอาการบวมของโพรงจมูก ทำให้จมูกคัดหรือตีบและมีน้ำมูกไหล
ยาดมพม่าส่วนผสมจะเป็นสมุนไพรที่มีนำมันหอมระเหย มีสรรพคุณในเรื่องบำรุงหัวใจ เช่น ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู พริกไทย โปยกั๊ก อบเชย สมุลแว้ง เนื้อไม้ เทียน โกฐ ต่าง ๆ อัตราส่วนแล้วแต่จะผสมแล้วลองดมดู แต่งกลิ่นตามใจชอบนะจะจะบอกให้
วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วิธีทำสเปรย์ปรับอากาศ
วิธีขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และบรรดากลิ่นเหม็นอับ ที่ง่ายและสะดวกรวดเร็วที่สุดคือ ซื้อสเปรย์ปรับอากาศที่วางขายตามท้องตลาดมาฉีด เพราะนอกจากช่วยปรับอากาศให้บริสุทธิ์ สดชื่น บางสูตร มีน้ำมันยูคาลิปตัส ซึ่งเมื่อทำปฏิกิริยาทางเคมีกับออกซิเจนในอากาศ จะเกิดเป็นก๊าซโอโซน ส่งผลให้ แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ อีกทั้งการสูดดมกลิ่นของยูคาลิปตัส จะช่วยบรรเทาอาการหวัด ฉะนั้น ทั้งชายและหญิง ต่างยินดียอมจ่ายเงินซื้อ
คอลัมน์ ก้าวแรกเศรษฐี ฉบับนี้มีข้อมูล ขั้นตอนลงมือทำ และแนะนำแหล่งจำหน่ายวัสดุ-อุปกรณ์ ของ "ผลิตภัณฑ์สเปรย์หอมปรับอากาศ ยูคาลิปตัสเอสเซนเชียล" มาฝาก โดยผู้ที่มาให้รายละเอียดคือ อาจารย์ลดารัตน์ พงศ์พินิจกุล หรือ อาจารย์น้อย ท่านเป็นอาจารย์สอนวิชาชีพ ภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอาชีพและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กองส่งเสริมอาชีพ สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร หากใครสนใจลองทำไว้ใช้เอง หรือทำขายก็เป็นอีกหนทางที่ช่วยสร้างรายได้
โอกาสขายมีมาก
แจงต้นทุนละเอียด
ก่อนอื่นต้องบอกว่าสูตร "สเปรย์หอมปรับอากาศ ยูคาลิปตัสเอสเซนเชียล" ที่นำมาเผยแพร่ มั่นใจได้ว่าไม่เป็นอันตราย เพราะส่วนผสมทุกอย่างมีคุณภาพ ซ้ำผ่านการสอนลูกศิษย์มาแล้วหลายรุ่น
เริ่มต้น อาจารย์น้อย บอกส่วนผสมผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่า ประกอบไปด้วย "เมนทอล" หรือเกล็ดสะระแหน่ ลักษณะเป็นผลึก หรือเกล็ดสีขาว "การบูร" เป็นผงสีขาวใส เงาๆ "พิมเสน" ลักษณะเป็นเกล็ดเล็กๆ สีขาวขุ่น "เอทิลแอลกอฮอล์" เป็นน้ำใส มีกลิ่นฉุน และ "ยูคาลิปตัสเอสเซนเชียล" หรือน้ำมันหอมระเหย โดยทั่วไปตามท้องตลาด จะมีจำหน่าย 2 รูปแบบ คือ แบบสังเคราะห์ และแบบธรรมชาติ ให้เลือกซื้อที่ทำจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย
สำหรับปริมาณส่วนผสมที่ใช้ในสูตร อาจารย์น้อย ระบุว่า เมนทอลจะใส่ 100 กรัม การบูรใส่ 60 กรัม พิมเสน 40 กรัม เอทิลแอลกอฮอล์ 600 กรัม ยูคาลิปตัสเอสเซนเชียล 4 ออนซ์ ส่วนผสมทั้งหมดหาซื้อได้ตามร้านขายเคมีภัณฑ์ อายุการใช้งานของแต่ละส่วนผสมนาน 3 ปี แต่หากผลิตเป็นสเปรย์หอมปรับอากาศ จะเก็บใช้งานได้เพียง 1 ปี
อัตราส่วนผสมที่ระบุไป เมื่อผ่านกรรมวิธีการทำแล้ว จะได้สเปรย์หอมปรับอากาศ ประมาณ 900 กรัม แบ่งบรรจุขวดแก้ว ขนาด 85 กรัม ได้ 11 ขวด ส่วนราคาขึ้นอยู่กับปริมาณที่ซื้อแต่ละครั้ง เช่น เมนทอล ราคากิโลกรัมละ 700 บาท การบูร เฉลี่ยกิโลกรัมละ 200 บาท พิมเสน กิโลกรัมละ 500 บาท เอทิลแอลกอฮอล์ กิโลกรัมละ 100 บาท และยูคาลิปตัสเอสเซนเชียล ออนซ์ละ 37 บาท ซึ่งคำนวณคร่าวๆ เฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ ไม่รวมค่าการตลาด เช่น ฉลากยี่ห้อ งบโฆษณา สถานที่วางขาย 1 ขวด ขนาด 85 กรัม จะประมาณ 75 บาท
มีสูตรมาให้ลองทำ
คนไทยใช้แล้ว ชอบบอกต่อ
สำหรับภาชนะบรรจุ แนะนำเป็นขวดแก้ว เพราะนอกจากจะช่วยเก็บรักษาประสิทธิภาพทางยา เช่น กลิ่น สี สรรพคุณ ได้อย่างครบถ้วน ยังเป็นการเพิ่มมูลค่า แต่ข้อเสียคือ น้ำหนักมากพกพาไม่สะดวก แต่กรณีคิดจะทำขาย เท่าที่เคยแนะนำลูกศิษย์ มี 2 รูปแบบ คือ ขายปลีก และขายส่ง หากเป็นขายปลีก ควรจะพิถีพิถันเรื่องบรรจุภัณฑ์ พร้อมทั้งสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการทำฉลากบอก วันเดือนปีที่ผลิต สถานที่ติดต่อและเบอร์โทรศัพท์ให้ชัดเจน ส่วนราคาขายกำหนดให้สอดคล้องกับค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าสถานที่จำหน่าย โดยทั่วไปตามท้องตลาด มักบวกกำไรเพิ่มอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์
ถามถึงข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่ามีสิ่งใดบ้าง ได้ความว่า ส่วนผสม "เอทิลแอลกอฮอล์" ก่อนใช้ควรเขย่าขวด และเปิดฝา ทิ้งไว้นาน 2-3 ชั่วโมง ทั้งนี้ เพื่อให้สเปรย์ปรับอากาศไม่มีกลิ่นฉุน
ทว่าเนื่องจากตามท้องตลาด มีผลิตภัณฑ์สเปรย์หอมปรับอากาศ วางจำหน่ายกันมาก เท่ากับว่าการแข่งขันสูง ฐานะผู้ขายหน้าใหม่ จะใช้กลยุทธ์ใดเรียกลูกค้า อาจารย์น้อย แสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบันรูปแบบการขายมีมากมาย ทั้งขายส่ง ขายปลีก ขายตรง ฝากขาย ซึ่งมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป อยากให้ผู้ประกอบการเลือกใช้วิธีที่ถนัด ทว่าเบื้องต้นไม่แนะนำให้ขายราคาถูกมาก หรือสูงมากเกินไป เพราะจะดูไม่น่าเชื่อถือ ซ้ำบางคนมีค่านิยมซื้อสินค้ามียี่ห้อ ฉะนั้น ถ้าอยากได้ลูกค้า ให้พิถีพิถัน เลือกบรรจุภัณฑ์สวยงาม ราคาที่สมเหตุสมผล และคุณภาพดี เชื่อว่าลักษณะนิสัยของคนไทยมักจะบอกต่อๆ กันเอง
คอลัมน์ ก้าวแรกเศรษฐี ฉบับนี้มีข้อมูล ขั้นตอนลงมือทำ และแนะนำแหล่งจำหน่ายวัสดุ-อุปกรณ์ ของ "ผลิตภัณฑ์สเปรย์หอมปรับอากาศ ยูคาลิปตัสเอสเซนเชียล" มาฝาก โดยผู้ที่มาให้รายละเอียดคือ อาจารย์ลดารัตน์ พงศ์พินิจกุล หรือ อาจารย์น้อย ท่านเป็นอาจารย์สอนวิชาชีพ ภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอาชีพและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กองส่งเสริมอาชีพ สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร หากใครสนใจลองทำไว้ใช้เอง หรือทำขายก็เป็นอีกหนทางที่ช่วยสร้างรายได้
โอกาสขายมีมาก
แจงต้นทุนละเอียด
ก่อนอื่นต้องบอกว่าสูตร "สเปรย์หอมปรับอากาศ ยูคาลิปตัสเอสเซนเชียล" ที่นำมาเผยแพร่ มั่นใจได้ว่าไม่เป็นอันตราย เพราะส่วนผสมทุกอย่างมีคุณภาพ ซ้ำผ่านการสอนลูกศิษย์มาแล้วหลายรุ่น
เริ่มต้น อาจารย์น้อย บอกส่วนผสมผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่า ประกอบไปด้วย "เมนทอล" หรือเกล็ดสะระแหน่ ลักษณะเป็นผลึก หรือเกล็ดสีขาว "การบูร" เป็นผงสีขาวใส เงาๆ "พิมเสน" ลักษณะเป็นเกล็ดเล็กๆ สีขาวขุ่น "เอทิลแอลกอฮอล์" เป็นน้ำใส มีกลิ่นฉุน และ "ยูคาลิปตัสเอสเซนเชียล" หรือน้ำมันหอมระเหย โดยทั่วไปตามท้องตลาด จะมีจำหน่าย 2 รูปแบบ คือ แบบสังเคราะห์ และแบบธรรมชาติ ให้เลือกซื้อที่ทำจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย
สำหรับปริมาณส่วนผสมที่ใช้ในสูตร อาจารย์น้อย ระบุว่า เมนทอลจะใส่ 100 กรัม การบูรใส่ 60 กรัม พิมเสน 40 กรัม เอทิลแอลกอฮอล์ 600 กรัม ยูคาลิปตัสเอสเซนเชียล 4 ออนซ์ ส่วนผสมทั้งหมดหาซื้อได้ตามร้านขายเคมีภัณฑ์ อายุการใช้งานของแต่ละส่วนผสมนาน 3 ปี แต่หากผลิตเป็นสเปรย์หอมปรับอากาศ จะเก็บใช้งานได้เพียง 1 ปี
อัตราส่วนผสมที่ระบุไป เมื่อผ่านกรรมวิธีการทำแล้ว จะได้สเปรย์หอมปรับอากาศ ประมาณ 900 กรัม แบ่งบรรจุขวดแก้ว ขนาด 85 กรัม ได้ 11 ขวด ส่วนราคาขึ้นอยู่กับปริมาณที่ซื้อแต่ละครั้ง เช่น เมนทอล ราคากิโลกรัมละ 700 บาท การบูร เฉลี่ยกิโลกรัมละ 200 บาท พิมเสน กิโลกรัมละ 500 บาท เอทิลแอลกอฮอล์ กิโลกรัมละ 100 บาท และยูคาลิปตัสเอสเซนเชียล ออนซ์ละ 37 บาท ซึ่งคำนวณคร่าวๆ เฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ ไม่รวมค่าการตลาด เช่น ฉลากยี่ห้อ งบโฆษณา สถานที่วางขาย 1 ขวด ขนาด 85 กรัม จะประมาณ 75 บาท
มีสูตรมาให้ลองทำ
คนไทยใช้แล้ว ชอบบอกต่อ
สำหรับภาชนะบรรจุ แนะนำเป็นขวดแก้ว เพราะนอกจากจะช่วยเก็บรักษาประสิทธิภาพทางยา เช่น กลิ่น สี สรรพคุณ ได้อย่างครบถ้วน ยังเป็นการเพิ่มมูลค่า แต่ข้อเสียคือ น้ำหนักมากพกพาไม่สะดวก แต่กรณีคิดจะทำขาย เท่าที่เคยแนะนำลูกศิษย์ มี 2 รูปแบบ คือ ขายปลีก และขายส่ง หากเป็นขายปลีก ควรจะพิถีพิถันเรื่องบรรจุภัณฑ์ พร้อมทั้งสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการทำฉลากบอก วันเดือนปีที่ผลิต สถานที่ติดต่อและเบอร์โทรศัพท์ให้ชัดเจน ส่วนราคาขายกำหนดให้สอดคล้องกับค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าสถานที่จำหน่าย โดยทั่วไปตามท้องตลาด มักบวกกำไรเพิ่มอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์
ถามถึงข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่ามีสิ่งใดบ้าง ได้ความว่า ส่วนผสม "เอทิลแอลกอฮอล์" ก่อนใช้ควรเขย่าขวด และเปิดฝา ทิ้งไว้นาน 2-3 ชั่วโมง ทั้งนี้ เพื่อให้สเปรย์ปรับอากาศไม่มีกลิ่นฉุน
ทว่าเนื่องจากตามท้องตลาด มีผลิตภัณฑ์สเปรย์หอมปรับอากาศ วางจำหน่ายกันมาก เท่ากับว่าการแข่งขันสูง ฐานะผู้ขายหน้าใหม่ จะใช้กลยุทธ์ใดเรียกลูกค้า อาจารย์น้อย แสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบันรูปแบบการขายมีมากมาย ทั้งขายส่ง ขายปลีก ขายตรง ฝากขาย ซึ่งมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป อยากให้ผู้ประกอบการเลือกใช้วิธีที่ถนัด ทว่าเบื้องต้นไม่แนะนำให้ขายราคาถูกมาก หรือสูงมากเกินไป เพราะจะดูไม่น่าเชื่อถือ ซ้ำบางคนมีค่านิยมซื้อสินค้ามียี่ห้อ ฉะนั้น ถ้าอยากได้ลูกค้า ให้พิถีพิถัน เลือกบรรจุภัณฑ์สวยงาม ราคาที่สมเหตุสมผล และคุณภาพดี เชื่อว่าลักษณะนิสัยของคนไทยมักจะบอกต่อๆ กันเอง
สเปรย์ปรบ
| สเปรย์ปรับอากาศอโรมา |
สเปรย์ปรับอากาศมีทั้งหมด 3 สูตร คือ สูตรโรแมนติก , สูตรสดชื่น,สูตรผ่อนคลาย สเปรย์ปรับอากาศอโรมา สูตรโรแมนติคสเปรย์ปรับอากาศสมุนไพรอโรมา ช่วยปรับสมดุล ของร่างกายและจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียดช่วยลดอาการอ่อนเพลีย และเมื่อยล้า อีกทั้งยังกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต สร้างความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีสมาธิดี ตลอดจนช่วยลดมลภาวะและสารพิษในอากาศด้วย Ylang Ylang oil ช่วยให้หลับสบายJasmin oil ช่วยเรื่องปัญหาหย่อยสมรรถภาพทางเพศRose oil ปรับสมดุลของรอบเดือน วิธีใช้ ใช้ฉีดปรับสมดุลของอากาศให้บริสุทธิ์ สดชื่นในสถานที่ต่าง ๆ ตามต้องการ เช่น สปา ห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ห้องทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำ เหมาะสำหรับใช้ในห้องพักผ่อน ห้องส่วนตัว ห้องนอน สปา แนะนำให้เก็บในที่ อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงแสงแดด ส่วนประกอบสำคัญ ( Ingerdients) Mandarin oil , Neroli , Rose oil, Ylang Ylang oil , Vetiver oil , Jasmin oil , Camphor , Ethanao. มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย ที่ใช้ได้กับทุกธาตุ เจ้าเรือน , ดิน , น้ำ , ลม , ไฟ ปริมาณสุทธิ 120 มิลลิลิตร Romance – formula Aromatic Air |
| สเปรย์ปรับอากาศอโรมา |
สเปรย์ปรับอากาศมีทั้งหมด 3 สูตร คือ สูตรโรแมนติก , สูตรสดชื่น,สูตรผ่อนคลาย สเปรย์ปรับอากาศอโรมา สูตรโรแมนติคสเปรย์ปรับอากาศสมุนไพรอโรมา ช่วยปรับสมดุล ของร่างกายและจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียดช่วยลดอาการอ่อนเพลีย และเมื่อยล้า อีกทั้งยังกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต สร้างความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีสมาธิดี ตลอดจนช่วยลดมลภาวะและสารพิษในอากาศด้วย Ylang Ylang oil ช่วยให้หลับสบายJasmin oil ช่วยเรื่องปัญหาหย่อยสมรรถภาพทางเพศRose oil ปรับสมดุลของรอบเดือน วิธีใช้ ใช้ฉีดปรับสมดุลของอากาศให้บริสุทธิ์ สดชื่นในสถานที่ต่าง ๆ ตามต้องการ เช่น สปา ห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ห้องทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำ เหมาะสำหรับใช้ในห้องพักผ่อน ห้องส่วนตัว ห้องนอน สปา แนะนำให้เก็บในที่ อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงแสงแดด ส่วนประกอบสำคัญ ( Ingerdients) Mandarin oil , Neroli , Rose oil, Ylang Ylang oil , Vetiver oil , Jasmin oil , Camphor , Ethanao. มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย ที่ใช้ได้กับทุกธาตุ เจ้าเรือน , ดิน , น้ำ , ลม , ไฟ ปริมาณสุทธิ 120 มิลลิลิตร Romance – formula Aromatic Air |
| สเปรย์ปรับอากาศอโรมา |
สเปรย์ปรับอากาศมีทั้งหมด 3 สูตร คือ สูตรโรแมนติก , สูตรสดชื่น,สูตรผ่อนคลาย สเปรย์ปรับอากาศอโรมา สูตรโรแมนติคสเปรย์ปรับอากาศสมุนไพรอโรมา ช่วยปรับสมดุล ของร่างกายและจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียดช่วยลดอาการอ่อนเพลีย และเมื่อยล้า อีกทั้งยังกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต สร้างความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีสมาธิดี ตลอดจนช่วยลดมลภาวะและสารพิษในอากาศด้วย Ylang Ylang oil ช่วยให้หลับสบายJasmin oil ช่วยเรื่องปัญหาหย่อยสมรรถภาพทางเพศRose oil ปรับสมดุลของรอบเดือน วิธีใช้ ใช้ฉีดปรับสมดุลของอากาศให้บริสุทธิ์ สดชื่นในสถานที่ต่าง ๆ ตามต้องการ เช่น สปา ห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ห้องทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำ เหมาะสำหรับใช้ในห้องพักผ่อน ห้องส่วนตัว ห้องนอน สปา แนะนำให้เก็บในที่ อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงแสงแดด ส่วนประกอบสำคัญ ( Ingerdients) Mandarin oil , Neroli , Rose oil, Ylang Ylang oil , Vetiver oil , Jasmin oil , Camphor , Ethanao. มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย ที่ใช้ได้กับทุกธาตุ เจ้าเรือน , ดิน , น้ำ , ลม , ไฟ ปริมาณสุทธิ 120 มิลลิลิตร Romance – formula Aromatic Air |
สเปรย์ปรับอากาศ
- กลิ่นหอมเย็นนาน (Relaxing Scent) มีส่วนผสมของLavender Oil – ช่วยขจัดแบคทีเรีย กระตุ้นให้ร่างกายขับเชื้อโรคออกไป ทำให้จิตใจสงบและผ่อนคลาย ช่วยให้อารมณ์เกิดความสมดุล ลดความผิดพลาดในการทำงานได้ 20%*
Eucalyptus Oil ช่วยขจัดแบคทีเรีย แก้ปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ช่วยให้หายใจโล่ง จิตใจปลอดโปร่งและมีสมาธิ
Eucalyptus Oil ช่วยขจัดแบคทีเรีย แก้ปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ช่วยให้หายใจโล่ง จิตใจปลอดโปร่งและมีสมาธิ
- กลิ่นหอมสดชื่น (Delight Scent) มีส่วนผสมของ
Jasmine Oil – ช่วยให้เกิดความมั่นใจ ช่วยผ่อนคลายและเกิดอารมณ์รัก บรรเทาอาการซึมเศร้า จิตใจสงบ ลดความผิดพลาดในการทำงานได้ 30%*
Rosemary Oil – ช่วยขจัดแบคทีเรีย ขับเชื้อโรค ทำให้สดชื่นแจ่มใส มีสมาธิและกำลังใจ
Jasmine Oil – ช่วยให้เกิดความมั่นใจ ช่วยผ่อนคลายและเกิดอารมณ์รัก บรรเทาอาการซึมเศร้า จิตใจสงบ ลดความผิดพลาดในการทำงานได้ 30%*
Rosemary Oil – ช่วยขจัดแบคทีเรีย ขับเชื้อโรค ทำให้สดชื่นแจ่มใส มีสมาธิและกำลังใจ
- กลิ่นหอมเริงร่า (Joyful Scent) มีส่วนผสมของ
Orange Oil - ช่วยลดความเครียด ทำให้สงบและฟื้นฟูพลัง
Lemon Oil - คลายเครียด สดชื่น แจ่มใส กระตุ้นให้เกิดการเร้าใจตื่นตัวในการทำงาน ทำให้ลดความผิดพลาดในการทำงานได้ 50%*
Orange Oil - ช่วยลดความเครียด ทำให้สงบและฟื้นฟูพลัง
Lemon Oil - คลายเครียด สดชื่น แจ่มใส กระตุ้นให้เกิดการเร้าใจตื่นตัวในการทำงาน ทำให้ลดความผิดพลาดในการทำงานได้ 50%*
Bergamot Oil - ใช้ในการบำบัดแบบสุวคนธบำบัด ช่วยให้คลายกังวล ทำให้สดชื่น
วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554
น้ำปรุงหอมกลิ่นมะลิ" ของขวัญแทนใจ ต้อนรับเทศกาลวันแม่
สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความรักระหว่างแม่ลูก ที่ไม่สามารถหาอะไรมาเปรียบเทียบได้นอกจากดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ที่ส่งกลิ่นหอมและยาวนาน อย่าง “ดอกมะลิ” จึงถูกหยิบยกขึ้นมา เพื่อแสดงถึงความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย
ด้วยเหตุนี้จึงขอต้อนรับเทศกาลวันแม่ ด้วย “น้ำปรุงหอมกลิ่นมะลิ” ของขวัญแทนใจ ฝีมือแสนประณีต จากสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่คิดค้นสูตรน้ำหอมและน้ำปรุง กลิ่นดอกไม้ไทย อย่าง “มะลิ”
บุษกร เข่งเจริญ วิทยากรฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม ประจำสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต หนึ่งในผู้จัดทำน้ำปรุงหอมกลิ่นมะลิ ของขวัญแทนใจต้อนรับวันแม่
“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยได้มีการจัดทำน้ำปรุงหอมและน้ำหอมกลิ่นมะลิขึ้น เพื่อเป็นของขวัญในเทศกาลวันแม่ จากเดิมที่ได้คิดค้นน้ำปรุงสูตรเฉพาะของสวนดุสิต และจัดทำน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ในเทศกาลสงกรานต์เพียงเท่านั้น แต่ด้วยกระแสตอบรับจากผู้ใช้น้ำหอมและน้ำปรุงหอม ทำให้เราต้องคิดค้นสูตรใหม่ที่พิเศษและไม่เหมือนใคร ด้วยการปรุงแต่งน้ำหอม และน้ำปรุงกลิ่นมะลิที่ให้หอมติดทนนาน เพื่อเป็นของขวัญอีกหนึ่งชิ้นที่มีความหมายในวันแม่”
ส่วนผสมของการทำน้ำปรุงหอม ประกอบด้วย หัวน้ำหอมกลิ่นมะลิ 3 ออนซ์ กลิ่นกุหลาบ กลิ่นกระดังงา กลิ่นลำเจียก กลิ่นจันทร์กะพ้อ กลิ่นลีลาวดี กลิ่นพิกุล และกลิ่นราชาวดี อย่างล่ะ 1 ออนซ์ ,ไฮซิน ½ ออนซ์ , มัสค์ 10% ½ ออนซ์ , พิมเสน ¼ ช้อนชา , ใบเตย 10-12 ใบ , มะกรูด 1 ลูก , เอธิลแอลกอฮอล์ ½ ปอนด์ และน้ำสะอาด 3 ออนซ์
“ถ้าต้องการให้น้ำหอมติดทนนานต้องใช้หัวน้ำหอมเกรดี มีคุณภาพ ลดประมาณแอลกอฮอล์ลงไป เพิ่ม เสน่ห์ด้วยสีสันด้วยผงสี สำหรับทำน้ำหอม หรือหากต้องสกัดสี แนะนำให้ใช้ใบเตย”
ความแตกต่างของน้ำหอมและน้ำปรุงหอมอยู่ที่ส่วนผสมทั้งหมด “น้ำปรุง หรือน้ำหอมโบราณของคนสมัยก่อนจะมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของดอกไม้ไทย ที่ประกอบดอกไม้ไทย 7 อย่าง ได้แก่ มะลิ กุหลาบ กระดังงา พิกุล ราชาวดี ลำเจียก จันทร์กะพ้อ ส่วนน้ำหอมจะมีแค่หัวน้ำหอมอย่างใด อย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมีให้เลือกมากมาย ทั้งกลิ่นของดอกไม้ไทย และกลิ่นดอกไม้ของต่างประเทศ” บุษกร กล่าว
นอกจากนี้ กลิ่นของน้ำหอมและน้ำปรุงที่ต้องพิถีพิถันแล้ว คณะผู้จัดทำยังคำนึงถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์บรรจุน้ำหอม “เราเลือก กล่องผ้าไหมสีสวยงาม เพื่อใช้บรรจุน้ำหอมกลิ่นมะลิ โดยภายในกล่องจะตบแต่งด้วยดอกไม้ที่ประดิษฐ์จากกระดาษสา พร้อมทั้งฉีกน้ำหอมลงไปภายในกล่อง เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสถึงกลิ่นของดอกมะลิ ก่อนที่จะเปิดขวดน้ำหอม ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นนี้เหมาะสำหรับทุกโอกาสสำคัญ อย่างเช่นวันแม่ที่ใกล้จะมาถึง”
“ขณะนี้น้ำปรุงหอม น้ำหอม และน้ำอบไทยได้รับการตอบรับจากวัยรุ่นและผู้ใหญ่เป็นอย่างมาก เพราะเราสามารถนำมาประยุกต์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ยังคงความเป็นไทย นำบทเรียนงานฝีมือของอาจารย์สมัยก่อนมาอ่าน คิดค้นเทคนิคใหม่ ให้เป็นสินค้าที่น่าสนใจและขายสู่ท้องตลาดได้”
ด้วยเหตุนี้จึงขอต้อนรับเทศกาลวันแม่ ด้วย “น้ำปรุงหอมกลิ่นมะลิ” ของขวัญแทนใจ ฝีมือแสนประณีต จากสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่คิดค้นสูตรน้ำหอมและน้ำปรุง กลิ่นดอกไม้ไทย อย่าง “มะลิ”
บุษกร เข่งเจริญ วิทยากรฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม ประจำสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต หนึ่งในผู้จัดทำน้ำปรุงหอมกลิ่นมะลิ ของขวัญแทนใจต้อนรับวันแม่
“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยได้มีการจัดทำน้ำปรุงหอมและน้ำหอมกลิ่นมะลิขึ้น เพื่อเป็นของขวัญในเทศกาลวันแม่ จากเดิมที่ได้คิดค้นน้ำปรุงสูตรเฉพาะของสวนดุสิต และจัดทำน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ในเทศกาลสงกรานต์เพียงเท่านั้น แต่ด้วยกระแสตอบรับจากผู้ใช้น้ำหอมและน้ำปรุงหอม ทำให้เราต้องคิดค้นสูตรใหม่ที่พิเศษและไม่เหมือนใคร ด้วยการปรุงแต่งน้ำหอม และน้ำปรุงกลิ่นมะลิที่ให้หอมติดทนนาน เพื่อเป็นของขวัญอีกหนึ่งชิ้นที่มีความหมายในวันแม่”
ส่วนผสมของการทำน้ำปรุงหอม ประกอบด้วย หัวน้ำหอมกลิ่นมะลิ 3 ออนซ์ กลิ่นกุหลาบ กลิ่นกระดังงา กลิ่นลำเจียก กลิ่นจันทร์กะพ้อ กลิ่นลีลาวดี กลิ่นพิกุล และกลิ่นราชาวดี อย่างล่ะ 1 ออนซ์ ,ไฮซิน ½ ออนซ์ , มัสค์ 10% ½ ออนซ์ , พิมเสน ¼ ช้อนชา , ใบเตย 10-12 ใบ , มะกรูด 1 ลูก , เอธิลแอลกอฮอล์ ½ ปอนด์ และน้ำสะอาด 3 ออนซ์
“ถ้าต้องการให้น้ำหอมติดทนนานต้องใช้หัวน้ำหอมเกรดี มีคุณภาพ ลดประมาณแอลกอฮอล์ลงไป เพิ่ม เสน่ห์ด้วยสีสันด้วยผงสี สำหรับทำน้ำหอม หรือหากต้องสกัดสี แนะนำให้ใช้ใบเตย”
ความแตกต่างของน้ำหอมและน้ำปรุงหอมอยู่ที่ส่วนผสมทั้งหมด “น้ำปรุง หรือน้ำหอมโบราณของคนสมัยก่อนจะมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของดอกไม้ไทย ที่ประกอบดอกไม้ไทย 7 อย่าง ได้แก่ มะลิ กุหลาบ กระดังงา พิกุล ราชาวดี ลำเจียก จันทร์กะพ้อ ส่วนน้ำหอมจะมีแค่หัวน้ำหอมอย่างใด อย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมีให้เลือกมากมาย ทั้งกลิ่นของดอกไม้ไทย และกลิ่นดอกไม้ของต่างประเทศ” บุษกร กล่าว
นอกจากนี้ กลิ่นของน้ำหอมและน้ำปรุงที่ต้องพิถีพิถันแล้ว คณะผู้จัดทำยังคำนึงถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์บรรจุน้ำหอม “เราเลือก กล่องผ้าไหมสีสวยงาม เพื่อใช้บรรจุน้ำหอมกลิ่นมะลิ โดยภายในกล่องจะตบแต่งด้วยดอกไม้ที่ประดิษฐ์จากกระดาษสา พร้อมทั้งฉีกน้ำหอมลงไปภายในกล่อง เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสถึงกลิ่นของดอกมะลิ ก่อนที่จะเปิดขวดน้ำหอม ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นนี้เหมาะสำหรับทุกโอกาสสำคัญ อย่างเช่นวันแม่ที่ใกล้จะมาถึง”
“ขณะนี้น้ำปรุงหอม น้ำหอม และน้ำอบไทยได้รับการตอบรับจากวัยรุ่นและผู้ใหญ่เป็นอย่างมาก เพราะเราสามารถนำมาประยุกต์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ยังคงความเป็นไทย นำบทเรียนงานฝีมือของอาจารย์สมัยก่อนมาอ่าน คิดค้นเทคนิคใหม่ ให้เป็นสินค้าที่น่าสนใจและขายสู่ท้องตลาดได้”
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



